สวัสดีค่ะทุกคน! ใครที่เล่น TikTok อยู่ทุกวันแบบเรา คงรู้ดีใช่ไหมคะว่า ‘เสียงเพลง’ นี่แหละคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้คลิปของเราปังหรือแป้กไปเลย! ช่วงนี้เพลงฮิตใน TikTok เปลี่ยนไวมาก จนบางทีก็ตามไม่ทันเลยจริง ๆ เราเองก็เคยเจอปัญหาลงคลิปไปแล้วแต่ยอดวิวไม่พุ่งเพราะใช้เพลงเก่า หรือเลือกเพลงที่ไม่เข้ากับเทรนด์อยู่บ่อย ๆ จนต้องมานั่งศึกษาอย่างจริงจังว่าทำไมบางคนถึงจับทางถูกตลอด จากประสบการณ์ส่วนตัวที่เราลองผิดลองถูกมาเยอะมาก ทั้งการสังเกตจากคลิปที่คนดูเยอะๆ และการใช้ฟีเจอร์ต่างๆ ในแอป เราค้นพบเคล็ดลับบางอย่างที่ช่วยให้คลิปของเรามีโอกาสเป็นไวรัลมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเพลงที่กำลังมาแรง, วิธีใช้เสียงเพลงอย่างสร้างสรรค์ให้เข้ากับคอนเทนต์ หรือแม้แต่การดูแนวโน้มว่าเพลงไหนกำลังจะดังในอนาคตอันใกล้ บอกเลยว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องของโชค แต่มีเทคนิคที่เราสามารถนำมาปรับใช้ได้จริง!
เพราะยุคนี้ใครจับเทรนด์เพลง TikTok ได้ก่อน ก็มีโอกาสสร้างยอดผู้ติดตามและยอดวิวได้แบบก้าวกระโดดเลยล่ะค่ะ อยากรู้กันแล้วใช่ไหมคะว่าเรามีเคล็ดลับอะไรบ้างที่จะมาแชร์ให้ทุกคนได้ลองนำไปใช้สร้างสรรค์คลิปให้ปังกว่าเดิม ถ้าอย่างนั้น อย่ารอช้า มาเจาะลึกทุกเรื่องการใช้เพลงฮิตบน TikTok ให้ถูกจังหวะเพื่อปั้นคลิปของเราให้ไวรัลกันเลยดีกว่าค่ะ!
ถอดรหัสเพลงฮิต: เบื้องหลังความไวรัลที่คุณควรรู้

สังเกตจากฟีด: เพลงที่เห็นบ่อยคือเพลงที่ใช่
ทุกคนขา! เราเชื่อว่าคนเล่น TikTok อย่างเรา ๆ เนี่ย สิ่งแรกที่น่าจะสังเกตเห็นเลยว่าเพลงไหนกำลังมาแรง ก็คือการไถฟีด For You Page (FYP) ของตัวเองนี่แหละค่ะ จริงไหมคะ? ฉันเองก็เคยรู้สึกงงๆ ว่าทำไมเพลงบางเพลงถึงได้ยินบ่อยจัง ไม่ว่าเราจะไถไปกี่คลิปต่อกี่คลิป ก็วนกลับมาเจอเพลงเดิม ๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นั่นแหละค่ะ คือสัญญาณอันดับหนึ่งที่บอกเราว่า “เพลงนี้แหละ กำลังจะดัง!” หรืออาจจะดังไปแล้วก็ได้! จากประสบการณ์ตรงเลยนะ เพลงอย่าง “Magnetic” ของ ILLIT หรือ “Cupid (Twin Version)” ของ FIFTY FIFTY ช่วงที่เริ่มเห็นบ่อย ๆ ในฟีดของตัวเองนี่คือรีบกดบันทึกเสียงไว้ก่อนเลยค่ะ เพราะรู้เลยว่าต้องมีคนเอาไปทำคลิปสนุก ๆ ตามมาอีกเพียบแน่ ๆ และมันก็เป็นจริงตามนั้นเลย! ลองสังเกตดูนะคะว่าเพลงไหนที่อินฟลูเอนเซอร์หลาย ๆ คน ไม่ว่าจะสายเต้น สายรีวิว หรือสายตลก เอาไปใช้บ่อย ๆ นั่นคือตัวชี้วัดชั้นดีเลยค่ะว่าเพลงนั้นกำลังติดลมบนแน่นอน เพราะอัลกอริทึมของ TikTok มันฉลาดมาก มันจะดันคลิปที่มีเพลงกำลังเป็นกระแสไปให้คนเห็นเยอะขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เพลงยิ่งถูกใช้เยอะ ยิ่งคนเห็นเยอะ วนลูปไปเรื่อย ๆ จนกลายเป็นไวรัลในที่สุดค่ะ
ฟีเจอร์ “เพิ่มเสียง” บอกอะไรเราบ้าง?
นอกจากการสังเกตด้วยตาเปล่าจากฟีดแล้วเนี่ย TikTok เขาก็มีตัวช่วยดี ๆ ให้เราไม่ต้องเดาสุ่มด้วยนะคะ! นั่นก็คือฟีเจอร์ “เพิ่มเสียง” (Add Sound) ในหน้าสร้างคลิปนี่แหละค่ะ เวลาเรากดเข้าไปเลือกเสียงเพลงเนี่ย เราจะเห็นเลยว่ามีหมวดหมู่ “เพลงฮิตยอดวิวสูงสุด” “เพลงใหม่มาแรง” หรือ “TikTok & JOOX Music Chart” ให้เลือกเพียบ! ฉันเองใช้ฟีเจอร์นี้เป็นประจำเลยนะ เพราะมันอัปเดตแบบเรียลไทม์เลยว่าตอนนี้เพลงไหนคนใช้เยอะที่สุด เพลงไหนกำลังไต่อันดับขึ้นมาแรงแซงโค้ง บางทีก็ได้เจอเพลงที่ยังไม่เคยได้ยินในฟีด แต่พอเห็นว่ามียอดการใช้สูงก็รีบกดบันทึกเก็บไว้ก่อนเลยค่ะ เหมือนเราได้รู้ก่อนใครเพื่อนเลยนะ! ยิ่งไปกว่านั้น ใน TikTok For Business เขาก็มี Creative Center ที่ช่วยให้เราค้นหาเพลง แฮชแท็ก หรือเทรนด์ที่กำลังมาแรงได้ด้วย ซึ่งตรงนี้ละเอียดมาก ๆ ค่ะ บอกได้เลยว่าเพลงไหนคนใช้เยอะในช่วง 7 วัน 30 วัน หรือ 120 วันที่ผ่านมา มันเป็นข้อมูลสำคัญที่จะช่วยให้เราวางแผนทำคอนเทนต์ได้แบบไม่ตกเทรนด์เลยล่ะค่ะ อย่าลืมเอาไปใช้กันนะคะ รับรองว่าช่วยให้เรา “จับทาง” เพลงฮิตได้ง่ายขึ้นเยอะเลย
เทคนิคจับกระแส: ทำยังไงให้รู้ว่าเพลงไหนกำลังมา!
ช่องทางลัด: แหล่งรวมเพลงฮิตที่คุณไม่ควรพลาด
บอกเลยว่ายุคนี้ข้อมูลหาง่ายมากค่ะ! นอกจากฟีเจอร์ใน TikTok ที่เราพูดถึงไปแล้วเนี่ย มันยังมีแหล่งรวมเพลงฮิตอื่น ๆ อีกเยอะแยะเลยนะที่เราสามารถเข้าไปส่องได้ง่าย ๆ เลยค่ะ อย่างแรกเลยคือพวกเพลย์ลิสต์เพลงฮิตในแอปสตรีมมิ่งเพลงต่าง ๆ เช่น Spotify หรือ Apple Music ที่เขามักจะมีเพลย์ลิสต์ชื่อ “Viral TikTok Songs” หรือ “เพลงฮิต TikTok” โดยเฉพาะเลยค่ะ ฉันเองก็ชอบเข้าไปดูนะ เพราะบางทีเพลงที่เพิ่งเริ่มเป็นกระแสใน TikTok อาจจะไปโผล่ในเพลย์ลิสต์พวกนี้แล้วก็ได้ ทำให้เราได้ยินเพลงก่อนใครเพื่อนอีก! นอกจากนี้ พวกเว็บไซต์รวมข่าวสารบันเทิงหรือเพจเกี่ยวกับ TikTok ก็มักจะทำบทความสรุปเพลงฮิตประจำสัปดาห์หรือประจำเดือนออกมาให้เราได้อ่านกันด้วย ลองหาใน Google ดูได้เลยค่ะ มีเยอะมาก ๆ อย่าง “รวม 100 เพลงดังใน TikTok 2023” หรือ “เพลงฮิต TikTok 2024-2025” ก็จะเจอข้อมูลที่อัปเดตเรื่อยๆ เลยค่ะ การที่เรามีหลาย ๆ แหล่งข้อมูลเนี่ย จะช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าเพลงที่เราจะเลือกมาใช้นั้น มัน “อิน” จริง ๆ ไม่ใช่เพลงที่ผ่านไปแล้ว หรือแค่คนบางกลุ่มใช้เท่านั้นเองค่ะ
จับตาดูอินฟลูเอนเซอร์คนดัง: ต้นตอของกระแส
อีกหนึ่งเทคนิคที่ฉันใช้มาตลอดและได้ผลดีมาก ๆ เลยก็คือการ “จับตาดู” อินฟลูเอนเซอร์คนดังค่ะ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ๆ อินฟลูเอนเซอร์ในไทยหรือต่างประเทศ ที่มียอดผู้ติดตามเยอะ ๆ และมีอิทธิพลต่อเทรนด์เนี่ย ลองกดติดตามพวกเขาไว้เยอะ ๆ เลยค่ะ เพราะหลายครั้งเพลงฮิตมันก็เริ่มต้นมาจากพวกเขาเหล่านี้แหละค่ะที่เอาไปใช้ก่อน แล้วคนอื่นก็ทำตามกันไปเรื่อย ๆ อย่างช่วงที่เพลง “ฟ้ารักพ่อ (DILF)” ของ Badmixy หรือ “เมร่อน” ที่ฮิต ๆ กันเนี่ย ฉันก็เห็นจากคลิปของอินฟลูเอนเซอร์หลายคนก่อนเลย แล้วยอดการใช้ก็พุ่งกระฉูดตามมาติด ๆ การดูอินฟลูเอนเซอร์คนดังไม่จำเป็นต้องดูแค่เรื่องเพลงอย่างเดียวนะคะ ลองดูสไตล์การทำคลิป ท่าเต้น หรือแม้แต่ Mood & Tone ของวิดีโอที่พวกเขาสร้างสรรค์ด้วย เพราะบางทีเพลงกับภาพมันก็ต้องไปด้วยกันถึงจะปังค่ะ การมีอินฟลูเอนเซอร์ต้นแบบที่เราชื่นชอบเนี่ย จะช่วยเป็นแรงบันดาลใจและเป็นเหมือนไกด์ไลน์ให้เราได้ด้วยว่าควรจะไปในทิศทางไหนดี หรือลองคิดดูว่าถ้าเป็นพวกเขา จะเอาเพลงนี้ไปทำคอนเทนต์แบบไหนนะ มันช่วยจุดประกายความคิดสร้างสรรค์ได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ
สร้างสรรค์ให้แตกต่าง: ใช้เพลงดังยังไงไม่ให้ซ้ำใคร?
มิติใหม่ของการลิปซิงค์: มากกว่าแค่ขยับปาก
หลายคนอาจจะคิดว่าการลิปซิงค์มันง่ายแค่ขยับปากตามเพลง แต่เชื่อไหมคะว่ามันมี “มิติ” ที่มากกว่านั้นเยอะเลยค่ะ! ฉันเองก็เคยทำคลิปลิปซิงค์ธรรมดา ๆ แล้วยอดวิวไม่ค่อยดี เลยลองคิดใหม่ทำใหม่ดู จากประสบการณ์นะ การลิปซิงค์ที่น่าสนใจคือการใส่ “อินเนอร์” หรือ “เรื่องราว” เข้าไปในนั้นค่ะ ไม่ใช่แค่ขยับปากให้ตรง แต่เราต้องแสดงอารมณ์ผ่านสีหน้า แววตา ท่าทาง ให้คนดูรู้สึกอินไปกับเนื้อเพลงด้วย บางคนอาจจะลิปซิงค์แบบเล่าเรื่องตลก ๆ บางคนลิปซิงค์แบบดราม่าสุด ๆ หรือบางคนก็เน้นการแสดงออกทางสีหน้าแบบสุดโต่งไปเลย การใส่พร็อพประกอบฉากเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือการเปลี่ยนมุมกล้องหลาย ๆ มุมก็ช่วยเพิ่มความน่าสนใจได้มากเลยค่ะ ยกตัวอย่างเช่น เพลงเศร้า ๆ แทนที่จะแค่ยืนลิปซิงค์นิ่ง ๆ ลองทำท่าเหมือนกำลังปลดปล่อยความอัดอั้น หรือทำหน้าเศร้าตามอารมณ์เพลงไปเลย มันจะทำให้คนดูรู้สึกร่วมและหยุดดูคลิปของเรานานขึ้น ซึ่งเป็นผลดีต่อค่าเฉลี่ยเวลาการรับชม (Dwell Time) ของคลิปเราด้วยค่ะ AdSense เขาชอบตรงนี้นะ!
เล่าเรื่องด้วยเพลง: ผสมผสานเพลงเข้ากับเนื้อหา
ใครบอกว่าเพลงฮิตต้องใช้แค่เต้นหรือลิปซิงค์อย่างเดียว ไม่จริงเลยค่ะ! เพลงฮิตเหล่านี้มีพลังในการ “เล่าเรื่อง” ได้ดีเยี่ยมเลยนะ ฉันลองเอาเพลงที่กำลังเป็นกระแสไปใช้กับคอนเทนต์รีวิวสินค้า หรือคอนเทนต์ให้ความรู้ดู ปรากฏว่ามันเวิร์กมาก ๆ เลยค่ะ สมมติว่าเรากำลังรีวิวคาเฟ่สวย ๆ แล้วใช้เพลงสบาย ๆ ฟังสบาย ๆ ที่กำลังฮิตอยู่ อย่างเพลง “Right Now” ของ Coogie feat. Crush หรือเพลงฟังสบาย ๆ ที่เคยฮิตอย่าง “ติดฝน (rain)” ของ PiXXiE มันจะช่วยสร้างบรรยากาศให้คลิปดูน่าสนใจและดึงดูดสายตาคนดูได้ดีกว่าการรีวิวแบบเงียบ ๆ หรือใช้เพลงที่ไม่ค่อยรู้จักเยอะเลยค่ะ หรือบางทีคอนเทนต์ให้ความรู้ที่เราอาจจะรู้สึกว่ามันดูซีเรียสเกินไป ลองใส่เพลงที่เข้ากับช่วงเวลาหรือจังหวะของคลิปดู เช่น ช่วงที่กำลังพูดถึงปัญหา ก็ใช้เพลงที่มีจังหวะตื่นเต้นนิด ๆ พอช่วงที่เฉลยวิธีแก้ ก็ใช้เพลงที่ฟังดูผ่อนคลายขึ้นมาหน่อย มันจะช่วยให้คนดูไม่รู้สึกเบื่อและอยากดูต่อจนจบ ซึ่งนั่นก็หมายถึงยอดวิวและเวลาการรับชมที่เพิ่มขึ้นนั่นเองค่ะ การเล่าเรื่องด้วยเพลงนี่แหละคือหัวใจสำคัญของการทำให้คลิปของเราแตกต่างและน่าจดจำ
เพิ่มยอดวิวด้วยเสียง: พลังของเพลงที่คนมองข้าม
จังหวะและอารมณ์: เลือกเพลงให้เข้ากับ mood ของคลิป
หลายคนอาจจะเลือกใช้เพลงฮิตแค่เพราะว่ามันดัง แต่จริง ๆ แล้วการเลือกเพลงให้เข้ากับจังหวะและอารมณ์ของคลิปนี่แหละคือ “ไม้ตาย” ที่จะทำให้คลิปของเราโดดเด่นขึ้นมาเลยค่ะ ฉันเองก็เคยพลาดมาแล้วนะ เลือกเพลงดังแต่ไม่เข้ากับคอนเทนต์เลย ผลคือคนดูไม่เก็ต ดูแล้วงง ๆ ปัดหนีซะงั้น! พอมาลองสังเกตดู คลิปที่ปัง ๆ เนี่ย มักจะเลือกเพลงที่สะท้อนอารมณ์ของวิดีโอได้ดีมาก ๆ เลยค่ะ เช่น ถ้าคลิปเป็นแนวตลกเฮฮา ก็ต้องเป็นเพลงที่มีจังหวะสนุก ๆ กวน ๆ หน่อย ถ้าเป็นคลิปแนวให้กำลังใจ สร้างแรงบันดาลใจ ก็ต้องเป็นเพลงที่มีความหมายดี ๆ หรือจังหวะที่ฟังแล้วฮึกเหิม อย่างช่วงที่ฉันทำคลิปเที่ยวคาเฟ่แนวชิล ๆ ก็จะเลือกเพลงที่ฟังสบาย ๆ อย่างเพลง “วาสนาผู้ใด” ของ Parkmalody แต่ถ้าเป็นคลิปออกกำลังกาย หรือเต้นแรง ๆ ก็จะเลือกเพลงที่จังหวะมันส์ ๆ อย่าง “ชอบเธออะ” ของ PtrpStudio มันทำให้คนดูรู้สึกคล้อยตามไปกับคลิปของเราได้ง่ายขึ้นเยอะเลยค่ะ ลองคิดดูว่าเราอยากให้คนดูรู้สึกยังไงตอนดูคลิปของเรา แล้วค่อยเลือกเพลงที่ “ใช่” ตามนั้น มันจะช่วยเพิ่ม engagement และทำให้คนดูอยู่กับคลิปเรานานขึ้นแน่นอน
สร้างการจดจำ: ใช้เพลงประจำตัว (Signature Sound)
นอกจากเพลงฮิตติดกระแสแล้ว การมี “เพลงประจำตัว” หรือ “Signature Sound” ของช่องเราเองก็เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจมาก ๆ เลยค่ะ ฉันเคยคิดนะว่ามันจะเวิร์กเหรอ เพราะคนส่วนใหญ่ชอบตามเพลงฮิต แต่พอได้ลองทำจริง ๆ มันกลับสร้างการจดจำให้ช่องเราได้ดีเกินคาดเลยค่ะ ลองหาเพลงสั้น ๆ ที่ไม่เป็นที่รู้จักมากนัก หรืออาจจะลองทำเสียงเอฟเฟกต์เฉพาะตัวของเราเอง แล้วนำไปใส่ในทุก ๆ ต้นคลิป หรือท้ายคลิปสั้น ๆ มันจะกลายเป็น “เอกลักษณ์” ของช่องเราไปโดยปริยายเลยค่ะ เวลาคนดูได้ยินเสียงนั้นปุ๊บ เขาก็จะรู้เลยว่า “อ๋อ นี่คลิปของช่องนี้เอง!” มันช่วยสร้าง Brand Awareness ให้กับช่องของเราได้อย่างดีเยี่ยมเลยนะ และบางทีถ้าเสียงหรือเพลงประจำตัวของเรามันน่ารักหรือติดหูมาก ๆ คนอื่นก็อาจจะเอาไปใช้ตามจนกลายเป็นเทรนด์ใหม่ได้เลยนะเออ! แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น การใช้ Signature Sound ก็ต้องไม่มากจนเกินไปจนคนดูรู้สึกรำคาญนะคะ ลองปรับให้พอดี ๆ และใช้ควบคู่ไปกับเพลงฮิตอื่น ๆ ดูค่ะ มันจะช่วยเสริมให้ช่องของเราดูมีมิติและน่าติดตามมากยิ่งขึ้น
ถอดสูตรคอนเทนต์ปัง: จับคู่เพลงกับวิดีโอให้ลงตัว

วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย: พวกเขาชอบฟังเพลงแนวไหน?
ก่อนจะคิดทำคอนเทนต์อะไรสักอย่างบน TikTok สิ่งสำคัญที่ฉันอยากให้ทุกคนทำเลยก็คือ “การวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย” ของช่องเราค่ะ ลองคิดดูว่ากลุ่มคนดูของเราเป็นใคร? อายุเท่าไหร่? สนใจเรื่องอะไร? และที่สำคัญที่สุดคือ “พวกเขาชอบฟังเพลงแนวไหน?” การรู้ตรงนี้จะช่วยให้เราเลือกเพลงได้ตรงใจคนดูมากขึ้นเยอะเลยค่ะ สมมติว่ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นวัยรุ่น Gen Z ที่ชอบเพลง K-Pop ก็แน่นอนว่าเราควรจะเน้นใช้เพลงจากศิลปินเกาหลีที่กำลังฮิต อย่างเพลง “Magnetic” ของ ILLIT หรือเพลงแดนซ์สนุก ๆ ที่กำลังเป็นกระแส แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายของเราเป็นกลุ่มที่ชอบเพลงลูกทุ่ง เพลงไทยเดิม หรือเพลงเพื่อชีวิต การเอาเพลง K-Pop ไปใช้ก็อาจจะไม่ตอบโจทย์เท่าไหร่ จริงไหมคะ? การที่เราเข้าใจว่าคนดูของเราชอบอะไรเนี่ย ไม่ใช่แค่เรื่องเพลงนะคะ แต่ยังรวมถึงสไตล์การทำคลิป รูปแบบเนื้อหา หรือแม้แต่ภาษาที่เราใช้ในการพูดด้วยค่ะ ยิ่งเราเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของเราลึกซึ้งเท่าไหร่ โอกาสที่คอนเทนต์ของเราจะถูกใจพวกเขาจนเกิดการรับชมซ้ำ กดติดตาม หรือแม้แต่แชร์ออกไปก็มีสูงขึ้นเท่านั้นเองค่ะ ลองดูจากสถิติใน TikTok Analytics ก็ช่วยได้เยอะเลยนะ!
ทดลองและเรียนรู้: ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว
สิ่งหนึ่งที่ฉันเรียนรู้จากการทำ TikTok มาตลอดก็คือ “ไม่มีสูตรสำเร็จตายตัว” ค่ะ! บางทีเพลงที่เราคิดว่าจะปังมาก ๆ กลับเงียบกริบ แต่เพลงที่เราแค่ลองทำขำ ๆ กลับกลายเป็นไวรัลซะงั้น! มันเป็นเรื่องปกติมาก ๆ เลยค่ะที่จะต้องมีการ “ทดลอง” และ “เรียนรู้” ไปเรื่อย ๆ อย่ากลัวที่จะลองใช้เพลงใหม่ ๆ ลองทำคอนเทนต์ในสไตล์ที่ไม่เคยทำ หรือลองปรับเปลี่ยนวิธีการนำเสนอ ฉันเองก็เคยลองทำคลิปเต้นตามเพลงฮิตแบบตรง ๆ บ้าง ทำคลิปเล่าเรื่องแบบสั้น ๆ แล้วใช้เพลงประกอบบ้าง หรือบางทีก็ลองเอาเพลงเก่าที่กลับมาฮิตใหม่มาใช้ดูบ้าง สิ่งเหล่านี้แหละค่ะที่ทำให้เราได้รู้ว่าอะไรที่เวิร์กกับช่องเรา อะไรที่คนดูชอบ และอะไรที่ไม่ใช่ทางของเรา เมื่อไหร่ที่เราเจอ “จุดที่ใช่” ของช่องเราแล้ว นั่นแหละค่ะคือสิ่งที่จะทำให้เราเติบโตได้อย่างยั่งยืนบน TikTok ไม่ต้องท้อนะคะ ถ้าคลิปไหนยอดวิวน้อย ก็แค่เรียนรู้จากมันแล้วลองทำใหม่ ไม่มีใครประสบความสำเร็จตั้งแต่ครั้งแรกหรอกจริงไหมคะ?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ฉันได้รวบรวมประเภทเพลงยอดนิยมบน TikTok พร้อมตัวอย่างที่เคยเป็นกระแสมาให้ดูเป็นแนวทางค่ะ
| ประเภทเพลง | ลักษณะเด่น | ตัวอย่างเพลง (ช่วงที่เคยเป็นกระแส) | อารมณ์ที่สื่อ |
|---|---|---|---|
| เพลงแดนซ์สนุก ๆ | จังหวะเร็ว, ชวนขยับ, ท่าเต้นติดตา | “ชอบเธออะ” – PtrpStudio “เมร่อน” – Juepak, จ๊ะ นงผณี, GUNNER |
สนุกสนาน, คึกคัก, มันส์ |
| เพลง K-Pop/T-Pop ฮิต | ศิลปินดัง, ท่าเต้นเป็นที่รู้จัก, เนื้อเพลงติดหู | “Magnetic” – ILLIT “Right Now” – Coogie feat. Crush |
ทันสมัย, สดใส, มีพลัง |
| เพลงฟังสบาย/Chill | จังหวะช้า, ทำนองผ่อนคลาย, เหมาะกับ Vlog | “ติดฝน (rain)” – PiXXiE “วาสนาผู้ใด” – Parkmalody |
สบาย ๆ, อบอุ่น, โรแมนติก |
| เพลงประกอบซีรีส์/ภาพยนตร์ | มีเรื่องราว, ดึงดูดความสนใจ, สร้างอารมณ์ร่วม | เพลงจากซีรีส์ดังที่กำลังออนแอร์ | ซาบซึ้ง, ตื่นเต้น, ดราม่า |
มองการณ์ไกล: คาดการณ์เพลงฮิตติดลมบนในอนาคต
เพลงจากซีรีส์/ภาพยนตร์: ช่องทางลัดสู่ความดัง
นี่เป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่ฉันใช้บ่อยมาก ๆ ในการคาดการณ์เพลงฮิตล่วงหน้าเลยค่ะ! ลองสังเกตดูนะคะว่าเวลาซีรีส์หรือภาพยนตร์เรื่องไหนกำลังดังเปรี้ยงปร้าง เพลงประกอบละครหรือเพลงในฉากสำคัญ ๆ เนี่ย มักจะถูกคนนำไปใช้ใน TikTok เยอะมาก ๆ เลยค่ะ เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าคนดูซีรีส์อินกับเนื้อเรื่องและตัวละคร พอได้ยินเพลงนั้น ๆ อีกครั้ง มันก็เหมือนได้ย้อนกลับไปในห้วงอารมณ์เดิม ๆ ที่เคยดูนั่นแหละค่ะ ฉันเองก็เคยเจอกับตัวเลยนะ ตอนที่ซีรีส์เกาหลีบางเรื่องดัง ๆ เพลงประกอบนี่คือขึ้นเทรนด์ใน TikTok รัว ๆ เลยค่ะ หรือแม้แต่เพลงจากการ์ตูนอนิเมะดัง ๆ ก็ยังกลายเป็นไวรัลได้เลยนะ! ฉะนั้น ใครที่ชอบดูซีรีส์ ดูหนัง หรือติดตามวงการบันเทิงเนี่ย ถือว่าได้เปรียบมาก ๆ เลยค่ะ เพราะคุณจะได้ “กลิ่น” ของเพลงที่จะมาแรงก่อนใครเพื่อนเลย ลองฟังเพลงประกอบตั้งแต่ซีรีส์ยังไม่ทันจบ แล้วเอามาลองทำคลิปก่อนเลยค่ะ คุณอาจจะเป็นคนแรก ๆ ที่จุดกระแสให้เพลงนั้นดังเป็นพลุแตกก็ได้นะ รับรองว่ายอดวิวพุ่งกระฉูดแน่นอน!
ค่ายเพลงและศิลปิน: ตามติดผลงานใหม่ๆ
ถ้าเราอยากจะก้าวล้ำนำเทรนด์ไปอีกขั้นเนี่ย การตามติดผลงานใหม่ ๆ ของค่ายเพลงและศิลปินที่เราชื่นชอบก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยได้มาก ๆ เลยค่ะ โดยเฉพาะค่ายเพลงใหญ่ ๆ หรือศิลปินที่มีฐานแฟนคลับเยอะ ๆ เนี่ย เวลามีเพลงใหม่ออกมา มักจะมีแคมเปญโปรโมทใน TikTok คู่กันไปด้วยเสมอ ฉันเองก็ชอบเข้าไปดูตามช่องทางโซเชียลมีเดียของค่ายเพลงหรือศิลปินที่ติดตามนะ เพื่อดูว่าเขามีเพลงอะไรกำลังจะปล่อย หรือมีชาเลนจ์อะไรที่กำลังจะออกมาบ้าง การที่เราได้รู้ข้อมูลตรงนี้ก่อนเนี่ย ทำให้เราสามารถวางแผนการทำคอนเทนต์ล่วงหน้าได้เลยค่ะ พอเพลงออกปุ๊บ เราก็มีไอเดียพร้อมทำคลิปได้ทันที ไม่ต้องรอให้คนอื่นเขาทำกันไปก่อนแล้วค่อยตามทีหลัง ซึ่งนั่นก็หมายถึงโอกาสในการเข้าถึงคนดูที่มากขึ้นนั่นเองค่ะ เพราะ TikTok เขาชอบคอนเทนต์ที่ทันกระแส ยิ่งเราเป็นคนแรก ๆ ที่หยิบเพลงนั้นมาใช้ ยิ่งมีโอกาสที่อัลกอริทึมจะดันคลิปของเราให้ไปปรากฏใน FYP ของคนจำนวนมากเลยนะ นี่แหละคือการทำงานแบบนักคาดการณ์เทรนด์ตัวจริง!
จากยอดวิวสู่รายได้: สร้างมูลค่าจากเพลงฮิตบน TikTok
โอกาสในการทำงานร่วมกับแบรนด์: เพลงดังนำพาโอกาส
ทุกคนขา! การที่เราทำคลิปปัง ๆ มียอดวิวเยอะ ๆ จากการใช้เพลงฮิตเนี่ย ไม่ได้มีแค่ความสนุกสนานอย่างเดียวนะคะ แต่มันยังเป็น “ประตู” บานใหญ่ที่เปิดไปสู่โอกาสในการสร้างรายได้มหาศาลเลยล่ะ! จากประสบการณ์ของฉันเลยนะ เวลาคลิปไหนที่มียอดวิวสูง ๆ มี engagement ดี ๆ เนี่ย แบรนด์ต่าง ๆ ก็จะเริ่มหันมาสนใจช่องของเราทันทีเลยค่ะ เพราะเขาเห็นแล้วว่าช่องเรามีศักยภาพในการเข้าถึงคนจำนวนมาก และสามารถสร้าง impact ได้จริง หลายครั้งที่แบรนด์ติดต่อเข้ามาเพื่อขอให้เราโปรโมทสินค้าหรือบริการของเขา โดยใช้เพลงฮิตที่กำลังเป็นกระแส หรือให้เราสร้างสรรค์คอนเทนต์ชาเลนจ์ใหม่ ๆ ที่เชื่อมโยงกับเพลงนั้น ๆ ค่าตอบแทนที่ได้นี่ก็ไม่ใช่เล่น ๆ เลยนะคะ บางทีอาจจะสูงถึงหลักหมื่นหลักแสนบาทเลยก็มี! ฉะนั้น อย่ามองข้ามพลังของเพลงฮิตบน TikTok นะคะ มันไม่ใช่แค่เรื่องสนุก ๆ แต่มันคือ “ทรัพย์สิน” ที่สามารถสร้างมูลค่าให้เราได้จริง ๆ ค่ะ ยิ่งเราสร้างสรรค์คลิปได้น่าสนใจและมียอดวิวสูงอย่างต่อเนื่องเท่าไหร่ โอกาสในการทำงานร่วมกับแบรนด์ดัง ๆ ก็จะยิ่งเข้ามาหาเรามากขึ้นเท่านั้นค่ะ
สร้างสรรค์สินค้าและบริการจากกระแสเพลง
นอกจากการรับงานจากแบรนด์แล้วเนี่ย เรายังสามารถใช้กระแสเพลงฮิตมา “สร้างสรรค์” สินค้าและบริการของตัวเองเพื่อสร้างรายได้ได้อีกด้วยนะคะ! ฟังดูน่าตื่นเต้นใช่ไหมคะ? ยกตัวอย่างเช่น ถ้ามีเพลงไหนที่ฮิตจนมีวลีติดปาก หรือท่าเต้นที่เป็นเอกลักษณ์ เราสามารถเอาวลีนั้นไปทำเป็นสกรีนเสื้อยืด พวงกุญแจ หรือของที่ระลึกน่ารัก ๆ ขายได้เลยค่ะ หรือถ้าเราเป็นคนทำอาหาร ทำขนม แล้วมีเพลงไหนที่เข้ากับบรรยากาศการทำอาหาร หรือมีเนื้อหาเกี่ยวกับอาหาร ลองเอาเพลงนั้นมาใช้ประกอบคลิป แล้วนำเสนอเมนูพิเศษที่ตั้งชื่อตามเพลงนั้น ๆ ดูสิคะ มันจะช่วยสร้างสตอรี่และดึงดูดความสนใจของลูกค้าได้มากเลยนะ ฉันเคยเห็นบางคนเอาเพลงฮิตไปใช้ประกอบคลิปสอนแต่งหน้า ทำผม หรือสอนเทคนิคต่าง ๆ พอคนดูชอบคลิป เขาก็จะสนใจสินค้าหรือบริการที่ครีเอเตอร์นำเสนอตามไปด้วยค่ะ นี่แหละคือการสร้างรายได้แบบ “รอบด้าน” จากพลังของเพลงฮิตบน TikTok ค่ะ มันไม่ใช่แค่เรื่องของยอดวิวอย่างเดียวแล้ว แต่มันคือการต่อยอดไปสู่ธุรกิจของเราเองได้อย่างแท้จริง!
บทส่งท้าย
เป็นยังไงกันบ้างคะทุกคนกับสาระแน่น ๆ ที่เรานำมาฝากกันวันนี้ หวังว่าทุกเคล็ดลับและเทคนิคที่เราแชร์ไป จะเป็นประโยชน์และจุดประกายให้ทุกคนได้ลองนำไปปรับใช้กับการสร้างคอนเทนต์บน TikTok ของตัวเองกันนะคะ การทำคลิปให้ปังด้วยเพลงฮิตไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ แค่เราเข้าใจหลักการ สังเกตเทรนด์ และที่สำคัญคือต้องกล้าที่จะลงมือทำและทดลองสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพราะโลกของ TikTok หมุนเร็วมาก ๆ ค่ะ ถ้าเราหยุดนิ่ง เราก็อาจจะหลุดเทรนด์ไปได้ง่าย ๆ เลยนะ ฉันเองก็ยังคงเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอค่ะ เพราะทุกวันก็มีอะไรใหม่ ๆ ให้เราได้ตื่นเต้นตลอดเวลา
알아두면 쓸모 있는 정보
1. จับตาดูฟีด FYP ของตัวเองให้ดี: สังเกตเพลงที่เห็นบ่อย ๆ หรืออินฟลูเอนเซอร์คนดังใช้เป็นประจำ นี่คือสัญญาณแรกว่าเพลงนั้นกำลังเป็นกระแส หรือกำลังจะดังเป็นพลุแตก หากพบเพลงที่น่าสนใจ ให้รีบกดบันทึกเสียงไว้เพื่อนำไปใช้ในอนาคตได้อย่างทันท่วงที เพราะความเร็วคือหัวใจสำคัญบนแพลตฟอร์มนี้
2. ใช้ฟีเจอร์ “เพิ่มเสียง” ใน TikTok ให้เป็นประโยชน์สูงสุด: ในหน้าสร้างคลิปจะมีหมวดหมู่ “เพลงฮิตยอดวิวสูงสุด” หรือ “เพลงใหม่มาแรง” ที่อัปเดตเรียลไทม์เสมอ ซึ่งเป็นข้อมูลชั้นดีที่บอกเราว่าเพลงไหนกำลังมาแรงที่สุดในขณะนั้น และอย่าลืมลองเข้าไปสำรวจใน TikTok Creative Center เพื่อดูข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเพลงและแฮชแท็กที่กำลังเป็นที่นิยม
3. ติดตามค่ายเพลง ศิลปิน และเพลย์ลิสต์เพลงฮิต: การติดตามข่าวสารจากค่ายเพลงและศิลปินที่เราชื่นชอบจะช่วยให้เราคาดการณ์เพลงใหม่ที่จะเข้ามาเป็นกระแสได้ก่อนใคร นอกจากนี้ เพลย์ลิสต์เพลงฮิตบนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งเพลงต่าง ๆ ก็เป็นอีกหนึ่งแหล่งรวมเพลงไวรัลที่ไม่ควรมองข้าม ช่วยให้เราได้ยินเพลงก่อนและเตรียมคอนเทนต์ได้ล่วงหน้า
4. สร้างสรรค์คอนเทนต์ด้วยเพลงฮิตในแบบที่ไม่ซ้ำใคร: อย่าจำกัดตัวเองแค่การเต้นหรือลิปซิงค์ ลองใส่เรื่องราว อารมณ์ หรือใช้เพลงประกอบการเล่าเรื่องในคอนเทนต์รีวิว ให้ความรู้ หรือ Vlog เพื่อเพิ่มมิติและความน่าสนใจให้กับคลิป การผสมผสานเพลงเข้ากับเนื้อหาอย่างชาญฉลาดจะช่วยให้คลิปของเราโดดเด่นและสร้างการจดจำได้ดีขึ้น
5. วิเคราะห์กลุ่มเป้าหมายและทดลองอย่างต่อเนื่อง: การเข้าใจว่ากลุ่มผู้ชมของเราชอบฟังเพลงแนวไหน สนใจคอนเทนต์แบบไหน จะช่วยให้เราเลือกเพลงได้ตรงใจและเพิ่มโอกาสในการเข้าถึง การทดลองใช้เพลงใหม่ ๆ หรือสไตล์การทำคลิปที่แตกต่างออกไปอยู่เสมอ จะช่วยให้เราค้นพบ “จุดที่ใช่” ของช่องเราและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
สรุปประเด็นสำคัญ
หัวใจสำคัญของการเป็นครีเอเตอร์ที่ประสบความสำเร็จบน TikTok คือการรู้จัก “ใช้พลังของเสียงเพลง” ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การที่เราสามารถจับกระแสเพลงฮิตได้เร็ว เข้าใจว่าเพลงไหนกำลังมาแรง และที่สำคัญที่สุดคือการนำเพลงเหล่านั้นมาสร้างสรรค์คอนเทนต์ในแบบของตัวเองได้อย่างน่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นการลิปซิงค์ที่ใส่เรื่องราว การเล่าเรื่องด้วยเพลง หรือแม้กระทั่งการสร้าง Signature Sound เฉพาะตัว ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มยอดวิว ยอด Engagement และทำให้ช่องของเราเป็นที่รู้จัก ที่มองข้ามไม่ได้คือโอกาสในการต่อยอดสู่การสร้างรายได้ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมงานกับแบรนด์ หรือการสร้างสรรค์สินค้าและบริการจากกระแสเพลงนั้น ๆ นี่คือเส้นทางสู่การเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่แท้จริงในยุคดิจิทัล การทำความเข้าใจและใช้ประโยชน์จากเพลงฮิตจะเปิดประตูสู่โอกาสที่คาดไม่ถึงมากมายให้คุณก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและสร้างสรรค์บนแพลตฟอร์มที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและไม่หยุดนิ่งนี้
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) 📖
ถาม: ช่วงนี้เพลงฮิตบน TikTok มันเปลี่ยนไวมาก ๆ เลยค่ะ ทำยังไงให้ตามเทรนด์ได้ทัน ไม่พลาดเพลงปัง ๆ คะ?
ตอบ: โอ๊ย เข้าใจเลยค่ะว่าบางทีมันยากจริง ๆ! เราเองก็เคยเจอ ลงคลิปไปแล้ว เพลงที่ใช้ดันตกรุ่นซะงั้น ยอดวิวเลยไม่ค่อยพุ่งเหมือนคนอื่น ๆ จากประสบการณ์ตรงที่เราลองผิดลองถูกมาเยอะมากนะคะ เคล็ดลับง่าย ๆ ที่ช่วยให้เราตามเพลงฮิตทันคือ “หมั่นดูหน้า For You Page (FYP)” บ่อย ๆ ค่ะ พยายามไถดูคลิปที่หลากหลาย แล้วสังเกตว่าเพลงไหนที่เห็นคนใช้บ่อย ๆ หรือเพลงไหนที่ขึ้นมาติด ๆ กันหลายคลิป นั่นแหละค่ะมีแววว่ากำลังมาแรง!
นอกจากนี้ อีกเทคนิคที่ใช้ได้ผลดีมากคือการเข้าไปที่ “Sounds” ใน TikTok เลยค่ะ พอเราจะสร้างคลิปใหม่ กดที่ปุ่ม “Add sound” มันจะมีลิสต์เพลงที่กำลังเป็นกระแส หรือเพลงที่คนใช้เยอะ ๆ ขึ้นมาให้เราเลือกเลยค่ะ อันนี้สะดวกสุด ๆ เพราะ TikTok จัดมาให้แล้ว ไม่ต้องไปนั่งเดาเองให้เสียเวลา บางทีเราก็ชอบเข้าไปกดดูเพลงในหมวด “Trending” หรือ “Viral” โดยเฉพาะเลยนะ เพราะจะได้เห็นเพลงที่กำลังพีคจริง ๆ แล้วก็กดเซฟเก็บไว้ใน Favorites ของเราได้เลย พอจะทำคลิปหน้า ก็แค่เปิดคลังเพลงที่เราเซฟไว้ มันง่ายและช่วยประหยัดเวลาเลือกเพลงได้เยอะมาก ๆ ค่ะ!
รับรองว่าถ้าทำแบบนี้บ่อย ๆ คุณจะไม่มีทางพลาดเพลงฮิตแน่นอน!
ถาม: หนูเลือกเพลงที่กำลังฮิตแล้ว แต่ทำไมยอดวิวก็ยังไม่ค่อยปังเท่าที่คิดคะ ต้องมีเคล็ดลับอะไรมากกว่าแค่เลือกเพลงฮิตเฉย ๆ หรือเปล่า?
ตอบ: คำถามนี้ดีมากเลยค่ะ! เพราะหลายคนคิดว่าแค่ใช้เพลงฮิตก็พอแล้ว แต่จริง ๆ มันมีอะไรมากกว่านั้นอีกนิดหน่อยค่ะ! เราเองก็เคยเจอสถานการณ์แบบนี้นะคะ ใช้เพลงที่กำลังดังเปรี้ยงปร้าง แต่ยอดวิวก็ยังไปไม่ถึงไหน จนมานั่งสังเกตและเรียนรู้จากคนอื่น ๆ เคล็ดลับสำคัญคือ “การเลือกเพลงให้เข้ากับคอนเทนต์และจังหวะของวิดีโอ” ของเราค่ะ ลองคิดดูว่าเนื้อหาในคลิปของเราเป็นแนวไหน ตลก น่ารัก เศร้า ให้ความรู้ หรือสร้างแรงบันดาลใจ?
แล้วเพลงที่เราเลือกมันส่งเสริมอารมณ์หรือข้อความที่เราต้องการจะสื่อไหม? อย่างเช่น ถ้าเราทำคลิปเต้น เพลงก็ต้องมีบีทที่ชัดเจนและท่าเต้นเข้ากับจังหวะ แต่ถ้าเป็นคลิปรีวิวสินค้า เพลงเบา ๆ ฟังสบาย ๆ อาจจะเหมาะกว่าค่ะ ที่สำคัญคือลองสังเกตว่าคนอื่นที่ใช้เพลงเดียวกัน เขามีสไตล์การตัดต่อหรือการเล่าเรื่องยังไง แล้วลองเอามาปรับใช้กับคอนเทนต์ของเราดู ไม่ใช่แค่เลือกเพลงฮิตอย่างเดียว แต่ต้องรู้จัก “เล่นกับเพลง” ด้วยค่ะ เช่น ถ้าเพลงมีท่อนฮุกที่พีค ๆ เราก็เอาช่วงที่สำคัญที่สุดของคลิปไปใส่ตรงนั้น หรือถ้าเพลงมีจังหวะเปลี่ยน ก็เปลี่ยนมุมกล้องตามจังหวะเพลง มันจะช่วยให้คลิปเราดูน่าสนใจและดึงดูดสายตาคนดูได้นานขึ้นค่ะ จำไว้นะคะว่าเพลงฮิตเป็นแค่ประตูบานแรก แต่การใช้เพลงอย่างชาญฉลาดคือสิ่งที่ทำให้คนอยากดูคลิปเราจนจบ!
ถาม: นอกจากตามเพลงฮิตแล้ว มีเทคนิคอะไรที่ช่วยให้คนดูคลิปของเรานานขึ้น หรือดูซ้ำ ๆ เพื่อเพิ่ม engagement ไหมคะ?
ตอบ: อันนี้แหละค่ะคือ “ไม้ตาย” ที่เราใช้บ่อย ๆ และเห็นผลจริง ๆ! เพราะไม่ใช่แค่ยอดวิวสูง ๆ ที่สำคัญ แต่ “เวลาในการรับชม” หรือ Dwell Time เนี่ยแหละค่ะที่ TikTok จะชอบมาก ๆ เพราะมันบอกว่าคลิปเรามีคุณภาพและคนดูสนใจจริง ๆ จากประสบการณ์ตรงนะคะ เราค้นพบว่าเทคนิคที่ทำให้คนดูคลิปนานขึ้นคือ “การสร้างความต่อเนื่องและความคาดหวัง” ในคลิปค่ะอย่างแรกเลยคือ “การสร้าง Hook” ที่น่าสนใจในช่วง 3 วินาทีแรกของคลิป อาจจะเป็นคำถามชวนสงสัย ภาพที่แปลกตา หรือท่าเต้นที่กำลังเป็นกระแส เพื่อดึงให้คนหยุดดู พอคนเริ่มสนใจแล้ว คราวนี้ก็ถึงคิวของเพลงค่ะ เราจะพยายาม “ใช้จังหวะเพลงเล่าเรื่อง” ไปพร้อมกับเนื้อหา เช่น ถ้าเพลงมีจังหวะที่เริ่มเบาลง เราอาจจะใส่ข้อความที่สำคัญ หรือภาพที่เน้นรายละเอียดลงไป แต่ถ้าเพลงพีค เราก็โชว์ช่วงไฮไลต์หรือผลลัพธ์ที่น่าตื่นเต้นอีกเทคนิคที่ได้ผลดีมาก ๆ คือ “การเล่นกับ Loops” ค่ะ พยายามตัดต่อให้ตอนจบของคลิปมันวนกลับไปที่ตอนเริ่มต้นได้อย่างเนียน ๆ คนดูบางทีก็จะไม่รู้ตัวว่าดูวนไปแล้วหลายรอบ เพราะมันดูต่อเนื่องไม่สะดุด เทคนิคนี้ช่วยเพิ่มเวลาดูคลิปได้แบบไม่น่าเชื่อเลยค่ะ!
หรือบางทีก็ลอง “ซ่อน easter egg เล็ก ๆ” ไว้ในคลิปให้คนต้องดูซ้ำ ๆ เพื่อหา อาจจะเป็นข้อความเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ หรืออะไรตลก ๆ แวบเดียว เทคนิคเหล่านี้แหละค่ะที่จะทำให้คนรู้สึกสนุกและอยากดูคลิปเรานานขึ้น ไม่ใช่แค่ดูผ่าน ๆ ไปเท่านั้นค่ะ!






